lerntodo

สูตรอาหารไทย ที่สามารถทำเป็นอาชีพได้

เปิด 4 สูตรอาหารไทย ที่สามารถทำเป็นอาชีพได้

พะแนงหมู
พะแนงหมู

               เปิด 4 สูตรอาหารไทย ที่สามารถทำเป็นอาชีพได้ ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าสังคมไทยในปัจจุบันนั้น ได้รับอิทธิพลด้านอาหารจากประเทศต่าง ๆ มากมายจริง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น อาหารเกาหลี อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารฝั่งยุโรป หรือแม้แต่อาหารอินเดีย เป็นต้น แต่อีกสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันก็คือว่า ยังไงอาหารที่คนไทยนึกอยากจะทานอยู่บ่อย ๆ เพราะมีรสชาติที่ถูกปาก ก็คืออาหารไทย

ดังนั้น วันนี้เราเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับสูตรอาหารไทย ที่ทำกินเองที่บ้านได้ง่าย ๆ หรือจะนำไปทำเป็นอาชีพก็ได้ โดยจะมีเมนูไหนบ้างนั้น ตามไปดูกันได้เลยค่ะ

1.พะแนงหมู

เครื่องปรุงและส่วนผสม

  • เนื้อหมู 400 กรัม (หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ)
  • น้ำพริกแกงพะแนง 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 150 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบโหระพา 10 ใบ
  • พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด (หั่นตามแนวขวาง)
  • ใบมะกรูด 3 ใบ (ซอยละเอียด)

วิธีทำพะแนงหมู

  1. นำเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมันประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงใส่กะทิลงไปและต้มต่อไปจนเดือด
  2. ใส่เนื้อหมู แล้วจึงปรุงรสด้วยน้ำตาลและน้ำปลา
  3. เมื่อเนื้อหมูสุกดีแล้ว จึงใส่ใบโหระพา, พริกและใบมะกรูด คนต่อไปอีกสักพัก ตักใส่ถ้วยและเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
แกงส้มกุ้งมะละกอ
แกงส้มกุ้งมะละกอ

2.แกงส้มกุ้งมะละกอ

ส่วนผสมและสัดส่วน

  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ 3 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด
  • หอมแดงซอย 1/2 ถ้วย
  • กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • มะละกอดิบหั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
  • กุ้งสด 300 กรัม
  • น้ำปลา 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงส้มกุ้งมะละกอ

  1. นำพริกแห้งเม็ดใหญ่แช่น้ำให้นิ่ม หลังจากนั้นนำมาโขลกรวมกับพริกขี้หนูแห้ง เกลือ หอมแดง ค่อยๆโขลกให้ละเอียดเข้ากัน
  2. ใส่กะปิลงไปโขลกให้เข้ากัน
  3. นำกุ้งสดครึ่งนึงมาต้มให้สุกแล้วนำไปโขลกเข้าด้วยกันกับพริกแกง
  4. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด ใส่เครื่องแกงส้มลงไปละลาย
  5. ใส่มะละกอลงไปต้มจนสุก
  6. ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก
  7. เมื่อแกงส้มเดือดใส่กุ้งสดที่เหลืองลงไปต้มจนสุก ตักใส่ชามพร้อมเสิร์ฟค่ะ

เคล็ดลับน่ารู้

นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย

เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain) ซึ่งสามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยก็ได้

3.คั่วกลิ้งหมูตำรับปักษ์ใต้

               “คั่วกลิ้งหมู” เมนูอาหารใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อน ด้วยสมุนไพรที่อัดแน่นในเครื่องแกงที่ใช้ปรุงได้แก่ พริก ขมิ้น ข่า ตะไคร้ กระเทียม พริกไทยและผิวมะกรูด ขนาดที่ทานแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตักทานต่อเรื่อย ๆ

ด้วยความหอมและความเผ็ดร้อนตามแบบฉบับคนใต้ แต่ช้าก่อน! วันนี้แม่พรจะนำเมนูคั่วกลิ้งหมูรสชาติกลมกล่อม (ไม่เผ็ดจัด) ที่สามารถปรุงทานได้ง่าย ๆ ด้วยตนเองที่บ้านมาฝากกัน

ส่วนประกอบ

  • หมูสามชั้น (ลอกหนังออก) สับละเอียด 200-250 กรัม
  • สะโพกหมู สับละเอียด 200-250 กรัม
  • กะปิ (แม่พร) 2 ช้อนชา
  • พริกไทยอ่อนเม็ด 3-5 ก้าน (ปริมาณตามชอบ)
  • ใบมะกรูดหั่นเส้น 3-5 ใบ (ปริมาณตามชอบ)
  • พริกชี้ฟ้าหั่นเส้น 1 เม็ด (ปริมาณตามชอบ)
  • พริกแกงคั่วกลิ้ง (แม่พร) 80 กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำคั่วกลิ้งหมูตำรับปักษ์ใต้

  1. ผัดพริกแกง ตั้งกระทะโดยใช้ไฟกลาง เมื่อกระทะร้อนใส่น้ำมันลงไป ตามด้วยพริกแกงคั่วกลิ้งและกะปิ ผัดจนได้กลิ่นหอม (ไม่ต้องผัดให้แห้งจนเกินไป)
  2. เติมเนื้อสัตว์ นำหมูสับที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้เข้ากับพริกแกง  จนหมูเริ่มแห้ง
  3. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. เติมผัก โรยพริกไทยอ่อน ใบมะกรูดซอย และพริกชี้ฟ้าแดง ลงไปผัดให้เข้ากัน ผัดต่ออีกซักครู่ ปิดไฟ ยกลง พร้อมเสิร์ฟ
แกงป่าปลากะพง
แกงป่าปลากะพง

4.แกงป่าปลากะพง

ส่วนประกอบ

  • มะเขือเปราะผ่าสี่ 1 ถ้วย
  • มะเขือพวง + ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้าหั่น + พริกไทยอ่อนหั่นช่อสั้น + ใบมะกรูดฉีก 1 ถ้วย
  • ใบกระเพรา 1 ถ้วย
  • กระชายซอย 1 ช้อนโต๊ะ (¼ ถ้วย)
  • เครื่องแกงป่า (2 ช้อนโต๊ะ) โขลกรวมกับกะปิ (2 ช้อนชา) 1 ชุด
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนชา
  • น้ำ 3 ถ้วย (ประมาณ 800 มิลลิลิตร)
  • ปลากะพงขาวชิ้น 2 ขีด (200 กรัม)

วิธีทำแกงป่าปลากะพง

  1. ต้มน้ำเปล่าจนเดือด นำเนื้อปลาลงไปลวกพอสุกเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นตั้งพักไว้
  2. ตั้งกระทะด้วยไฟกลาง ใส่น้ำมันลงไป และตามด้วยพริกแกงที่โขลกรวมกับกะปิ ลงไปผัดจนได้กลิ่นหอม เมื่อพริกแกงเริ่มได้กลิ่นหอม เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยและผัดต่อจนพริกแกงเข้ากัน เติมน้ำเปล่าทั้งหมดลงไปและคนให้พริกแกงละลายเข้ากัน รอจนน้ำแกงเดือด
  3. เติมผัก นำผักที่สุกยากลงไปต้มก่อน ได้แก่มะเขือเปราะ ต้มจนเริ่มสุก จึงใส่ผักอื่นตาม เมื่อมะเขือเปราะเริ่มสุก ใส่มะเขือพวง และถั่วฝักยาวหั่นท่อน ลงไปต้มต่อจนเริ่มสุก ตามด้วยพริกชี้ฟ้าหั่น พริกไทยอ่อน และกระชายซอย ต้มต่อจนเดือด
  4. ใส่เนื้อปลา + ปรุงรส เมื่อน้ำเดือดใส่เนื้อปลากะพง (ลวกแล้ว) ลงไปต้ม รอจนเนื้อปลาเริ่มสุกดี ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ คนให้เข้ากัน รอจนเดือด
  5. เติมผักปิดท้าย ปิดท้ายด้วยใบกะเพรา ใบมะกรูดฉีก เพื่อเพิ่มความหอมให้น่าทานยิ่งขึ้น ก็เป็นอันเสร็จ

และก็จบกันไปแล้วนะคะสำหรับบทความ เปิด 4 สูตรอาหารไทย ที่สามารถทำเป็นอาชีพได้ ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน บอกเลยว่าทั้ง 4 สูตรอาหารไทยนี้ เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง เพราะถูกปากเพื่อน ๆ อย่างแน่นอน

อ่านบทความเพิ่มเติม

รู้จัก 8 วิธีเล่นสล็อต ที่จะทำให้คุณมีแต่ได้กับได้ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพื่อให้การเดิมพันในเกมสล็อตของเรานั้นมีประสิทธิภาพและเกิดผลกำไรมากที่สุด

 รู้จัก 8 วิธีเล่นสล็อต ที่จะทำให้คุณมีแต่ได้กับได้
วิธีเล่นสล็อต

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสล็อตออนไลน์ เล่นง่าย กำไรเยอะ จาก joker123

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสล็อตออนไลน์เล่นง่าย กำไรเยอะ จาก joker123
joker123

ซึ่งนอกจากทาง joker123 ได้มีบทความดี ๆ มาฝากกันแล้ว ที่เว็บไซต์ joker123 ยังมีเกมสล็อตหลากหลายรูปแบบให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปเล่นดูอีกด้วยนะคะ และหากเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจแต่ยังเล่นไม่ แนะนำให้ไปทดลองเล่นก่อนได้เลย